วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

โฆษณาออนไลน์พุ่งแตะ 2.5 พันล้าน

ผลสำรวจที่บอกว่า คนไทยใช้เวลาบนอินเทอร์เน็ตมากที่สุดในเอเชีย รองจากไต้หวันดูเหมือนจะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า คนไทยมีชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์ บนหน้าจอสี่เหลี่ยมที่ไม่ใช่โทรทัศน์เพิ่มขึ้น ตัวเลขเหล่านี้ ส่งผลให้กิจกรรมบนอินเทอร์เน็ต ไม่ได้เป็นเรื่อง "ไร้สาระ" อีกต่อไป

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : เพราะGuruวงการไอที และวงการตลาด เห็นตรงกันว่าจำนวนเงิน "โฆษณาออนไลน์" กิจกรรมสร้างรายได้บนเว็บ ไม่ว่าจะบนไฮไฟว์ ที่คนไทยเล่นมากที่สุดติดอันดับโลก หรือหน้าใหม่อย่างเฟรนสเตอร์ รวมไปถึงเว็บ 2.0 ที่ฮิตกันถล่มทลายในฝั่งยุโรปอย่าง มายสเปซ เฟสบุ๊ค กำลังคึกคักมากขึ้น

เว็บ 2.0 Ad ออนไลน์คึกคัก

"กษมาช นีรปัทมะ" กรรมการผู้จัดการ บริษัทท็อปสเปซ ประเทศไทย จำกัด ทำโฆษณาให้เว็บไซต์ไฮไฟว์ (hi5.com) บอกว่า ความแรงของเว็บไซต์ประเภทโซเชียล เน็ตเวิร์คกิ้งในไทย กำลังเป็นที่สนใจของนักการตลาด โดยเฉพาะการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ได้เป็นจำนวนมาก โดยพบว่า มีสินค้า และบริการที่เจาะกลุ่มวัยรุ่น เข้ามาลงโฆษณาในเว็บเดือนละไม่ต่ำกว่า 40 ราย สร้างรายได้ 3-4 ล้านบาทต่อเดือน

"ผมว่าเว็บ 2.0 กำลังเป็นเครื่องมือการทำตลาดสำหรับสินค้า หรือบริการที่น่าจับตา เพราะเว็บประเภทนี้จะลิงค์ไปยังกลุ่มวัยรุ่นได้กว้างมาก แม้ว่าตอนนี้ตัวเลขอาจยังไม่เยอะเมื่อเทียบกับเว็บไซต์บนเน็ตทั่วไป แต่แนวโน้มการทำตลาดผ่านเว็บโซเชียล เน็ตเวิร์คกิ้ง กำลังเติบโตเพิ่มขึ้น"

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สื่ออินเทอร์เน็ต ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้น นอกเหนือจากความรวดเร็ว ความสะดวกแล้ว ปัจจัยเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจเป็น 1 ใน 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้คนหันมาใช้สื่ออินเทอร์เน็ต เพราะ "ราคา" การลงโฆษณาถูกกว่าสื่อปกติ

เงินพุ่ง2,500ล้าน

"ศิวัตร เชาวรียวงษ์" กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มอินเตอร์แอคชั่น จำกัด บอกว่า การทำตลาด หรือการลงโฆษณาบนสื่ออินเทอร์เน็ตมีแนวโน้มโตได้อีกหลายเท่าตัว โดยเฉพาะวิกฤติเศรษฐกิจ ที่มีปรับลดการลงโฆษณาในสื่อปกติลง

"ปีนี้ ผมประเมินว่าเงินโฆษณาออนไลน์จะอยู่ประมาณ 1,500 - 1,800 ล้านบาท จากจำนวนเงินโฆษณาทั้งหมดประมาณแสนล้าน หากปีหน้าเศรษฐกิจแย่มาก เงินโฆษณาน่าจะเพิ่มขึ้นไปถึง 2,500 ล้านบาทแน่"

อย่างไรก็ตาม การทำการตลาด หรือโฆษณาบนสื่อออนไลน์ จะเน้นเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะสินค้า และบริการสำหรับวัยรุ่นเป็นหลัก

"กระแสการทำตลาดผ่านเว็บโซเชียลฯ ยังใหม่มาก แต่มีแนวโน้มดี โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มวัยรุ่น คาดว่าน่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดโฆษณาออนไลน์จากเว็บปกติประมาณ 2-3% จากมูลค่าตลาด 1,800 ล้านบาท" ศิวัตร ประเมิน

วัยรุ่นเอเชียยก "เน็ต" สื่อหลัก

ขณะที่ "ณัฐกิตติ ตั้งพูลสินธนา" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา ให้ความเห็นว่า โลกการตลาดบนออนไลน์ได้รับความนิยมไปทั่วโลก มีการสำรวจพบว่า คนเอเชีย โดยเฉพาะวัยรุ่นพึงพอใจที่จะรับข้อมูลข่าวสารผ่านทางอินเทอร์เน็ตมาเป็น อันดับ 1 หรือประมาณ 37% รองลงมาเป็นมือถือ 29% ทีวี 19% วิทยุ 12% และหนังสือพิมพ์ นิตยสาร 3%

ทั้งนี้ ถือว่าสื่อเน็ต ได้เข้ามาเป็นกิมมิคสำคัญในการทำตลาดของสินค้า และบริการ ส่วนของธุรกิจค้าปลีกเอง ก็หันมาใช้อินเทอร์เน็ตสื่อสารกับลูกค้าเพิ่มขึ้น

5F คาถาเว็บแรง

ด้าน "สรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล" หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บอกว่า การทำตลาดผ่านเว็บไซต์ที่จะให้โดนใจกลุ่มลูกค้า เว็บไซต์นั้นๆ ควรมีองค์ประกอบ 5F ได้แก่ 1.Function เว็บต้องสามารถใช้งานง่าย อธิบายได้ง่าย ลูกค้าสามารถย้อนกลับมาแก้ไข

2. Fun วิธีการทำตลาดจะต้องสนุก เพราะคนไทยชอบสนุก 3. Free ตัวเว็บจะต้องมีอะไรที่ให้ฟรี 4. Fast เว็บต้องเร็ว เรียลไทม์ และ 5.Freak เว็บต้องน่าตื่นเต้น และแตกต่าง

source: http://www.bangkokbiznews.com/2008/11/16/news_311980.php

วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

PageRank Algorithm

PageRank is a link analysis algorithm that assigns a numerical weighting to each element of a hyperlinked set of documents, such as the World Wide Web, with the purpose of "measuring" its relative importance within the set.


The algorithm may be applied to any collection of entities with reciprocal quotations and references. The numerical weight that it assigns to any given element E is also called the PageRank of E and denoted by PR(E).


The name PageRank is a trademark of Google. The PageRank process has been patented (U.S. Patent 6,285,999 ). The patent is assigned to Stanford University and not to Google. Google has exclusive license rights on the patent from Stanford University. The university received 1.8M shares in exchange for the patent. The shares were sold in 2005 for $336M.


Google describes PageRank:[1]


“ PageRank relies on the uniquely democratic nature of the web by using its vast link structure as an indicator of an individual page's value. In essence, Google interprets a link from page A to page B as a vote, by page A, for page B. But, Google looks at more than the sheer volume of votes, or links a page receives; it also analyzes the page that casts the vote. Votes cast by pages that are themselves "important" weigh more heavily and help to make other pages "important". ”


In other words, a PageRank results from a "ballot" among all the other pages on the World Wide Web about how important a page is. A hyperlink to a page counts as a vote of support. The PageRank of a page is defined recursively and depends on the number and PageRank metric of all pages that link to it ("incoming links"). A page that is linked to by many pages with high PageRank receives a high rank itself. If there are no links to a web page there is no support for that page.


Google assigns a numeric weighting from 0-10 for each webpage on the Internet; this PageRank denotes a site’s importance in the eyes of Google. The PageRank is derived from a theoretical probability value on a logarithmic scale like the Richter Scale. The PageRank of a particular page is roughly based upon the quantity of inbound links as well as the PageRank of the pages providing the links. It is known that other factors, e.g. relevance of search words on the page and actual visits to the page reported by the Google toolbar also influence the PageRank. In order to prevent manipulation, spoofing and spamdexing, Google provides no specific details about how other factors influence PageRank.


Numerous academic papers concerning PageRank have been published since Page and Brin's original paper.[2] In practice, the PageRank concept has proven to be vulnerable to manipulation, and extensive research has been devoted to identifying falsely inflated PageRank and ways to ignore links from documents with falsely inflated PageRank.


Other link-based ranking algorithms for Web pages include the HITS algorithm invented by Jon Kleinberg (used by Teoma and now Ask.com), the IBM CLEVER project, and the TrustRank algorithm.

Relate Link .
http://en.wikipedia.org/wiki/PageRank

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ก่อนเริ่ม ..... ตั้งเป้าหมายให้กระจ่างชัด

ก่อนจะลงมือทำอะไรก็ตาม เราต้องตั้งเป้ากันก่อนครับ

แต่ล่ะคน มาที่นี่ด้วยพื้นฐานที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นแต่ล่ะคน คงจะมีเป้ารายได้ ที่ไม่เท่ากันด้วย

บางคนอาจจะเก่งหรือทำเว็บอยู่แล้ว ก็ตั้งเป้ามากหน่อย บางคนไม่ค่อยเป็นอะไรเลย ก็ตั้งเป้าน้อยหน่อย

แต่ไม่อนุญาติ ให้ตั้งเป้าน้อยกว่า ห้าหมื่นบาทต่อเดือนน่ะครับ ...... อันนี้เป็นเป้าขั้นต่ำที่ผมกำหนดให้เพื่อนๆทุกคนทำ.....

นอกจากเรื่องรายได้แล้ว เพื่อนๆควรกำหนดระยะเวลาด้วยครับว่า เพื่อนๆจะสามารถทำรายได้ ให้ได้ตามเป้าที่วางไว้ภายในระยะเวลากี่เดือน ??

ผมกำหนดระยะเวลาอย่างมากที่สุด ในการทำห้าหมื่นบาทต่อเดือน ไว้ที่ 6 เดือนครับ



Post ต่อลงมาข้างล่างเลยครับ เพื่อนๆต้องการทำรายได้จาก Adsense หรือ Affiliate เดือนล่ะเท่าไหร่ และจะใช้เวลากี่เดือน เพื่อทำให้ได้ ตามเป้าที่วางไว้ .....


Post เสร็จหากระดาษใบเล็กๆสักแผ่น เขียนเป้าอันนี้ ด้วยตัวบรรจง ติดที่หน้าคอมพิวเตอร์ของเพื่อนๆเลยครับ เอาไว้อ่านกระตุ้นทุกๆครั้งที่เปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาใช้ ...........

ทำตามที่ผมบอกน่ะครับ อย่าปล่อยผ่านเลยไปโดยไม่สนใจทำเด็ดขาด .......

กระดาษแผ่นเล็กๆนี่แหล่ะ จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อความสำเร็จในอนาคตของเพื่อนๆ ....... เชื่อผม !!


โซวบักท้ง

วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

โทษของการโดนแบน

อีเมล์
ชื่อ-นามสกุล
ที่อยู่
IP
โดเมนทั้งหมดที่ใส่ไป
จะถูกแบนไปตลอดชีวิต
สมัครใหม่ก็ได้ แต่ก็จะโดนแบนอีกในเวลาอันรวดเร็ว แม้คุณสมัครใหม่ แต่มีข้อมูลที่สืบสาวกลับมาถึง ID เดิมได้ คุณก็จะถูกแบนอีก เงินที่ลงทุนไปหายวับ โดนยึดเงินที่สร้างมา(ถ้าเค้ายังไม่ส่งเงินมาให้)

ออกมาเตือนด้วยความหวังดี
เพราะผมขี้เกียจมาช่วยตอบคำถามว่า
โดนแบน ทำไงดี


โดยเฉพาะการคลิกโฆษณา ของเวปตัวเอง
ทั้งจากคุณเองแฟนคุณคนรู้จัก หรือ ไปขอคนคลิก


ลอกมาจากที่นี่นะครับ เค้าแปลไว้ดีมากๆ
http://thaiadsense.blogspot.co...dsense_114567079352388784.html

What can I do to ensure that my account won't be disabled?

Above all, we recommend that you familiarize yourself with the AdSense program policies and ensure that all sites on which you display Google ads remain in full compliance with these policies.
Additionally, following these simple rules will help keep your account in good standing:

Don’t click on your own Google ads.
Clicking on Google ads on your own site for any reason is strictly prohibited. If you'd like more information about one of the advertisers appearing on your site, please type the URL of the ad directly into your browser's address bar, or use the AdSense preview tool.

Don’t ask others to click on Google ads.
Users should click on Google ads because they're interested in the services being advertised. Encouraging users to click on your Google ads, either directly or indirectly, can lead to inflated advertiser costs and can cause your account to be disabled.

Don’t employ pop-up prompts or automatic software installations.
Google is dedicated to improving the user experience on the Internet, and promoting responsible software principles is part of that effort. Sites showing Google ads may not prompt users to install software on their machines. Publishers must also not attempt to change users’ browser home pages automatically or via pop-up prompts.

Be aware of how your site is promoted.
Pages showing Google ads may never be loaded in an unrequested pop-up. This means publishers need to be very careful when purchasing traffic or setting up ad campaigns with third parties. Before contracting with any ad network, you should ensure that they will never display your site in pop-ups or as a result of the actions of any software application.

Don’t place Google ads on sites that contain prohibited content.
Google ads may not be displayed alongside any type of content prohibited by our program policies, including adult or mature content, gambling-related content, or drug content. It's your responsibility to ensure that all of your pages adhere to these policies.

Respect Google trademarks.
Framing or mimicking Google pages is strictly prohibited by our Guidelines for Use of Google Brand Features. In addition, publishers may not use any Google Brand Features such as Google trademarks, logos, web pages or screen shots, without prior consent from Google.
Guidelines for Use of Google Brand Features

Don’t tamper with the AdSense code.
AdSense offers a wide variety of approved formats, colors, and features in your AdSense account. Once you've generated your code, however, we ask that you do not alter any portion of the code or change the layout, behavior, targeting, or delivery of ads for any reason, unless specifically authorized to do so by Google.

Provide a positive user experience.
Sites that contain excessive pop-ups, use sneaky redirects to obtain traffic, or otherwise attempt to interfere with normal web navigation aren't permitted in the AdSense network. Please make sure your site doesn't deceive your users in any way. In general, it's a good idea to follow our Webmaster Guidelines on quality to ensure that your site provides a positive user experience.

Provide a good environment for advertisers.
Sites showing Google ads should not present a poor opportunity for advertisers. Sites that use tricks or deceptive practices in order to trigger inadvertent clicks on ads are prohibited.

Be responsive.
Publishers are asked to be responsive to emails sent by the AdSense team. Be sure to keep your email address up-to-date, in case we ever need to contact you about your account. To update your email address, follow the instructions here.

We are constantly reviewing publishers for compliance with AdSense program policies and rules noted above. If you believe a site showing ads is in violation of these policies, please let us know.

ทำยังไงถึงจะแน่ใจได้ว่าบัญชีของเราจะไม่ถูกปิด
ทั้งหมด ให้ไปอ่านใน AdSense program policies แล้วก็ทำตามซะด้วยนะ แค่นี้ก็ไม่โดนปิดแล้ว (ตอบได้กวนมาก)
อย่างอื่นเพิ่มเติม ก็ทำตามกฏง่าย ๆ ต่อไปนี้ มันก็จะช่วยให้บัญชีของคุณเป็นอยู่ด้วยดีนะ

ห้ามคลิ๊กโฆษณาบนเวบตัวเอง
ห้ามคลิ๊กโฆษณาของตัวเอง ไม่ว่าเหตุผลใด ๆ ก็ห้ามเข้าใจมั้ย. ถ้าอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับโฆษณานั้นนักละก็พิมพ์ชื่อเวปเอาเองที่หน้าเวปใหม่ เข้าใจมั้ย หรือ จะใช้ AdSense preview tool.

อย่าบอก (หรือขอร้อง) ให้ชาวบ้านมาคลิ๊กบนโฆษณา
ถ้าคนเขาจะคลิ๊กก็ให้เขาสนใจ ถ้าไปบอก หรือ ชักจูง หรือ กระทำการใด ๆ ที่ชี้ชวนให้คนคลิ๊ก ทั้งทางตรงและทางอ้อม มันจะทำให้คนที่เขาโฆษณาเสียตังค์ฟรี ระวังเหอะ เราจะปิดบัญชีคุณ

อย่าใช้ ป๊อป อัพ หรือ โปรแกรม อัตโนมัติ อื่น ๆ
Google เนี่ยอุทิศตัว เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และ การเสนอความรับผิดชอบ software principles นี่ก็เป็นสิ่งที่เราพยายามอยู่ด้วย เวปที่โฆษณาGoogle ต้องไม่พยายามให้ผู้ใช้เน็ตลงโปรแกรมใด ๆ ตัวแทนGoogleเนี่ยยังต้องไม่พยายามที่จะเปลี่ยน browser ของผู้ใช้แบบอัตโนมัติ หรือ โดยป๊อปอัพ

ดูดี ๆ ว่าเวบคุณโปรโมทยังไง
เวบที่โฆษณาGoogleเนี่ยห้าม มีป๊อปอัพ ดังนั้น ถ้าคุณทำโฆษณาของทางเวบ ก็ให้แน่ใจนะ ว่าต้องไม่ทำโฆษณาแบบ ปีอป อัพ

ห้ามทำ AdSense บนเวบต้องห้าม
ไปอ่านดูที่ program policies ว่าเวบแบบไหนที่ห้ามบ้าง รวมทั้งเวบที่ออกแนว ผู้ใหญ่หน่อยก็ห้าม เวบเกี่ยวข้องกับการพนันทั้งหลายแหล่ หรือ เกี่ยวกับยาเสพย์ติด มันคือความรับผิดชอบของคุณนะ ว่าเวบต้องถูกต้องตาม policies

ต้องเคารพในเครื่องหมายการค้า Google
ห้ามเอากรอบ หรือ ลูกเล่น บนหน้าGoogle ไปใช้ เด็ดขาด ไปดูข้อห้ามที่ Use of Google Brand Features
นอกจากนี้ เจ้าของเวบก็ห้ามใช้แบรนด์Google ไม่ว่าจะ ตราGoogle โลโก หรือ หน้าเวบ หรือ screen shots ก่อนได้รับอนุญาตจากGoogle

ห้ามยุ่งกับ AdSense code.
AdSense มีโฆษณาให้ตั้งหลายรูปแบบ หลายสี และ ลักษณะ ในบัญชีของคุณ เมื่อสร้างโค๊ดแล้ว เนี่ย ห้าม!!! ปรับปรุง แก้ไข เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดของ layout behavior, targeting หรือส่ง โฆษณาไปให้ชาวบ้าน ไม่ว่าจะโดยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม นอกเสียจากจะได้รับอนุญาติเป็นพิเศษจากGoogleก่อน เท่านั้น !!!alter ออล' เทอะ) vt.,vi. เปลี่ยน ,แปลง, แก้ไข, ดัดแปลง, ผันแปร
-alteration n. ทำหมัน - Hope[vi.] เปลี่ยนแปลง,ดัดแปลง,แก้ไข - Nontri[vi.] ปรับเปลี่ยน

ให้จัดเตรียมประสบการณ์ที่ดี (ในทางบวก) แก่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต
เวบที่มีป๊อปอัพเยอะเกินไป หรือ มีการ redirects ไปยังเวบที่มี อย่างลับ ๆ ล่อ ๆ หรือ พยายาม แทรกแซงเวบปกติสุขของชาวบ้าน โดยไม่ได้รับอนุญาตในเครือข่าย AdSense ให้แน่ใจไว้ด้วยนะ ว่าเวบคุณไม่มีการหลอกลวงผู้ใช้ในทางใด ๆ ทั้งสิ้น, โดยทั่วไป เป็นความคิดที่บรรเจิด ที่จะทำตาม Webmaster Guidelines เพื่อให้มั่นใจว่าคุณได้เตรียมประสบการณ์ที่ดีไว้ให้แก่ผู้ใช้

จัดเตรียม สิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่ ผู้จ่ายตังค์โฆษณา
เวบที่โชว์โฆษณาของGoogle ต้องไม่ทำให้โอกาสของผู้จ่ายตังค์โฆษณาน้อย หรือ ด้อยลงไป เวบที่มีการตุกติก เพื่อให้ผู้ใช้พลาดคลิ๊กโดนโฆษณา ก็ถือว่า ผิด

ให้รู้จักตอบสนองด้วย
คนทำเวปต้องรับผิดชอบต่อเมล์ที่ AdSense team. ส่งไปให้ ให้แน่ใจด้วยว่าเมล์ที่ใช้อัพเดทอยู่เสมอ เผื่อเราต้องติดต่อคุณทางเมล์ ถ้าจะอัพเมล์ก็เข้าไปที่นี่ here.

เราก็ตรวจสอบเวบต่าง ๆ อยู่สม่ำเสมอ โดยยึดตาม กฏ และ นโยบายต่าง ๆ ตามที่อ่านมา นั่นแหละนะ (รวมทั้งกฏใน AdSense program policies ) ถ้าคุณเจอว่าเวบไหนละเมิดกฏนะ บอกเราด้วยนะ

วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ทำ Adsense ได้ $1 ต่อวัน ก็เตรียมตัวเป็นเศรษฐีได้ ( ตอนที่ 2 )

ในที่สุดก็ได้ฤกษ์เขียนตอนที่สองซ่ะที …….

ว่ากันด้วยเรื่อง Centralization

เปลเป็นภาษาไทยสไตล์ลูกทุ่งของผม ก็คือ ” รวมไว้เป็นหนึ่งเดียว ” ครับ

คือดูแลเว็บหลายๆเว็บ มันค่อนข้างจะเป็นเรื่องปวดหัวมากๆอ่ะครับ ถ้าเพื่อนๆไม่ได้คิดเรื่อง Centralization ซ่ะตั้งแต่ตอนเริ่มทำเว็บครั้งแรก

เรื่องที่เราน่าจะคิด ” รวมไว้เป็นหนึ่งเดียว ” ตั้งแต่แรก น่าจะมีดังต่อไปนี้ครับ

1) Hosting …. ปัญหาโลกแตกครับ เพื่อนๆลองคิดดูเอาเองแล้วกันว่า ถ้าเพื่อนๆมีเว็บสักร้อยเว็บ จากโฮสสักร้อยแห่ง มันจะวุ่นวาย สับสนขนาดไหน แค่จำ username กับ password ก็งงแล้วครับ ถ้าต้องแก้ไข หรือ setup อะไรที จะต้องมานั่ง login เข้าที่ล่ะ account ทีล่ะ account เสียเวลาตายเลย

เพื่อนๆ อาจจะเสนอผมว่า งั้นก็ใช้พวก reseller หรือ vps แทนสิ ….. ไอ้พวกนี้มันก็ใช้ได้อยู่หรอกครับ แต่มันจะติดปัญหาเรื่อง unique IP หรือ Class C IP ….. host พวก reseller หรือ vps มักจะให้ IP แก่เราได้ในจำนวนจำกัด ซึ่งมันทำให้เรา ไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์ในการนำเว็บ มา link กันเองได้อย่างเต็มที่

งั้นทำยังไงดีหล่ะ ??

ทางออกก็คือ เพื่อนๆต้องหา host ที่สามารถให้ unique IP จำนวนมากๆแก่เราได้ ครับ ก่อนจะใช้ host ที่ไหนก็ตาม ลองเมลไปถามเค้าก่อน เค้าสามารถให้ IP เราได้เท่าไหร่ ?

ผมทดลอง host มาหลายที่แล้วอ่ะครับ …… ผมเจอ host อยู่สองที่ ที่สามารถให้ unique class C IP กับเราได้เป็นจำนวนมาก ……. ใครอยากรู้ก็ PM มาถามผมได้น่ะครับ

2) Stat ….. สถิตินั่นเองครับ หลักๆก็คือ เราจำเป็นจะต้องรู้ข้อมูลว่า แต่ล่ะเว็บสามารถทำเงินให้เราได้เท่าไหร่ มี CTR เท่าไหร่ Page View เท่าไหร่ เพื่อใช้ในการปรับปรุงเว็บของเราให้ดีขึ้น ตรงส่วนนี้ Google ช่วยจัดทำ stat ให้เราเรียบร้อยแล้วครับ แต่จำกัดแค่ 200 เว็บ ถ้าเพื่อนๆมีเว็บเกินนี้ อาจจะต้องใช้ script ในการช่วย track ข้อมูลเหล่านี้

Stat ที่สำคัญอีกอย่างก็คือ เรื่องเว็บ Index รึยัง ? index ไปแล้วกี่หน้า ? ค่า PR เท่าไหร่ ?…….. อันนี้เพื่อใช้วัดผล วิธีการ promote เว็บของเพื่อนๆอ่ะครับ

Stat ทั้งสองส่วนนี้ ควรจะรวมกันไว้ในที่เดียว เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบเว็บของเพื่อนๆครับ

3) Link , Link , Link แล้วก็ Link …… งานตรงส่วนนี้ก็เหมือนกันครับ ที่เราจะต้องคิดถึงเรื่อง Centralization เอาไว้ตั้งแต่แรก เมื่อเพื่อนๆมีเว็บจำนวนมากๆเข้า เพื่อนๆ คงอยากจะนำเว็บมา link กันเอง หรือ อาจจะอยากใช้เว็บที่มี link ไปยังเว็บที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ เพื่อช่วยเพิ่ม link popularity

ซึ่งถ้าเพื่อนๆ ไม่ได้คิดเรื่อง Centralization ตั้งแต่แรก ไม่ได้จัดทำที่ ที่เราสามารถจะจัดการเพิ่ม link ลบ link ในเว็บต่างๆที่เรามีอยู่ในที่เดียว หน้าจอเดียว มันจะเป็นเรื่องที่หน้าปวดหัวมากๆเลยครับ

4) Script Installation ….. อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องนึงครับ ที่เพื่อนๆ น่าจะคิดเรื่อง Centralization

เพื่อนๆ อาจจะเคยซื้อ Script ที่ใช้ในการทำเว็บ แต่เวลาใช้งานแต่ล่ะที ต้องมานั่ง install ลงทีล่ะโดเมน ทีละโดเมน ….. Script แบบนี้ไม่คอยเข้าท่าเท่าไหร่ครับ

ถ้าจะให้เจ๋ง ต้อง install แค่ครั้งเดียวเลย จากนั้นแค่กรอกข้อมูลเว็บ กรอกข้อมูล host กดปุ่มปั้มเว็บออกมาได้เลย แบบนี้แหละครับ ถึงจะตรง concept เรื่อง Centralization กล่าวคือ ทุกๆเว็บ ถูก install จากที่เดียวกันหมดเลย

สรุปว่ามี 4 อย่างหลักๆน่ะครับ ในหลักการเรื่อง Centralization ที่เพื่อนๆต้องขบคิดกันหากว่าสนใจที่จะทำเว็บปริมาณมากๆออกมา …… ตอนนี้ผมคิดได้แค่นี้แหล่ะครับ เริ่มง่วงแล้วอ่ะ ตีสองกว่าๆแล้ว

หากเพื่อนๆมีความคิดเห็นเพิ่มเติมอะไร ใส่เพิ่มเข้ามาได้เลยน่ะครับ

คร้อกกกกก ………….

Hosting ใครคิดว่าไม่สำคัญ ??

O.K. ครับ วันนี้เรามาพูดกันถึงเรื่องหลักการเลือก Hosting กันดีกว่า มีคน PM หาผมผ่านทางบอร์ด seo.in.th มาเยอะแยะเลยครับ เกี่ยวกับเรื่อง Hosting ที่สามารถให้ Unique Class C IP ให้เราได้ จำนวนเยอะๆ บางคนผมตอบไปแล้ว บางคนผมยังไม่ได้ตอบ …… ผมเลยว่า รวบยอดเอามาเขียนเป็นบทความทีเดียวเลยดีกว่า …..

เวลาเพื่อนๆ เลือกใช้ Host ในการทำเว็บไซต์ เพื่อนๆมีหลักการพิจารณาอะไรบ้างครับ ?

ผมเชื่อว่าโดยส่วนใหญ่แล้ว จะพิจารณาเรื่องราคากันก่อนเป็นอันดับแรก …… เอาถูกไว้ก่อนเข้าว่า ของถูกใครๆก็ชอบครับ ( ผมเองก็ชอบเหมือนกัน แหะ แหะ ) แต่ปัญหาก็คือ ราคามันชอบที่แปรผกผัน กับคุณภาพของ Host หน่ะซิครับ Host ราคาถูกบางที่ Down กันได้ทุกวัน Login แต่ล่ะที รอกันนานหลายๆนาที ….. ดังนั้น เวลาผมเลือก Host ผมจะเอาราคา เป็นหลักในการพิจารณาลำดับหลังๆ เลยครับ

เวลาเลือก Host ผมจะให้ความสำคัญ กับหลัก 4 ข้อดังนี้ครับ

1) Centralization

อย่างที่พูดไปแล้วน่ะครับ ในการทำหลายๆเว็บไซต์ ถ้าเราใช้ Host หลายๆที่ มันจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างปวดหัวมากๆ เวลาจะ Setup อะไรแต่ล่ะที ต้องมานั่ง Login เข้าทีล่ะเว็บไซต์ ทีละเว็บไซต์ กว่าจะ Setup เสร็จหมดวันกันพอดี ดังนั้นเราเวลาเราเลือก Host เราจึงต้อง คำนึงถึงเรื่อง Centralization ด้วย กล่าวคือ เราสามารถที่จะจัดการทุกๆโดเมนได้ ภายใต้ตัวควบคุมตัวเดียวกัน

2) Scalability

คือ Host จะต้องมีความสามารถที่จะขยาย หรือ เพิ่ม จำนวน เว็บไซต์ ของเพื่อนๆ ออกไปได้ตามที่ต้องการ ….. เพราะว่าเพื่อนๆ กำลังจะทำเว็บไซต์ จำนวนมากๆ อยู่อ่ะครับ เลยต้องคิดถึงหลักข้อนี้ไว้ก่อนเลย

3) Reliability

กล่าวคือ Host จะต้องเชื่อถือ เชื่อใจได้ครับ …… หลักๆก็คือ ไม่ Down บ่อยๆ และ ไม่ Down นานๆ

เวลา Host Down แต่ล่ะที มันสุดแสนจะปวดใจ……….

Host Down หมายถึง No Traffic ………..

No Traffic หมายถึง No Money อ่ะครับ !!

4) Cost

เอามาอยู่ท้ายสุดเลยครับ เรื่องราคานี่ …….



นี่แหละครับ หลัก 4 ข้อ ที่ผมยึดเป็นแนวปฎิบัติเวลาเลือก Host

ทีนี้ เพื่อนๆ ก็คงยิงคำถามมาถามผมเหมือนเคย ประมาณว่า ไม่อยากจะรู้หรอกว่าผมมีหลักการ ในการเลือก Host ยังไง บอกมาเลยดีกว่า ว่าผมใช้ Host ของที่ไหน …… หุ หุ หุ

O.K. ครับ ได้ ๆ ๆ โซวบักท้ง จัดให้ …….:D

ที่จริงผมใช้ Host มาหลายที่มากๆ แต่อยากจะแนะนำเพื่อนๆ มีอยู่แค่ 3 ที่เองครับ ทั้ง 3 ที่นี้ สามารถที่จะให้ Unique Class C IP แก่เพื่อนๆ ได้เป็นจำนวนมากน่ะครับ

เริ่มที่อันแรก

1) Pair

ที่นี่จัดเป็นบริษัท Hosting ที่ใหญ่มากๆ แห่งหนึ่งของโลกเลยครับ …… Review Hosting ของเกือบทุกสำนัก มักจะมี Pair ติดโผอยู่ด้วยเสมอ

ผมชอบที่นี่ หลักๆก็คือเรื่อง Reliability อ่ะครับ ใช้มาหลายปีแล้ว ผมไม่เคยมีปัญหาเรื่อง server down สักครั้งเดียวครับ เรื่อง customer service นี่ก็สุดยอดเลยครับ ส่ง e-mail ไปแป็บเดียว ตอบกลับมาแล้ว ประมาณว่านึกว่า chat กันอยู่ ไม่ได้ใช้ e-mail ในการโต้ตอบ

แต่ข้อเสียใหญ่ก็คือ ส่วนที่ใช้ ควบคุมโดเมน มันไม่ใช่ ตัวควบคุมมาตราฐานอย่าง Cpanel , Ensim, Hspear หรือ Plesk อะไรพวกนี้อ่ะครับ รู้สึกว่าบริษัท Pair เนี่ย เค้าจะพัฒนาตัวควบคุมขึ้นมาใช้เอง Interface ของตัวควบคุมเลยไม่ค่อยจะคุ้นหน้าคุ้นตา

อีกอย่างก็คือ Pair มักจะมีปัญหาในการลง Script ต่างๆอ่ะครับ มันต้องทำการ config ที่ host ก่อน ถึงจะลงได้ …… แต่ยังดีที่ customer support เค้าทำงานเยี่ยมมากๆ เค้ามักจะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

ข้อเสียใหญ่อีกข้อ ที่นี่แพงมากๆๆๆๆ เลยครับ ทุกๆ domain ที่ add เข้าไป เค้าคิดเพิ่มเลยน่ะครับ $1 ต่อเดือน …. ถ้าเพื่อนใส่เข้าไป 100 โดเมน เค้าจะคิดเงินเพิ่มจากค่าธรรมเนียมที่เสียอยู่แล้ว อีก $100

แต่โดเมนทุกๆโดเมน ที่ add เข้าไป จะได้รับ unique IP น่ะครับ ไม่ซ้ำกันเลย อาจจะมี Class C ซ้ำกันบ้าง แต่เพื่อนๆสามารถที่จะลบตัวที่ Class C ซ้ำออก แล้ว add โดเมนใหม่เข้าไปได้



2) Web Host For SEO

Host ที่นี่น่าจะเป็น ทางออกที่ดี ที่สุดสำหรับ ผู้เริ่มต้นคิดจะทำเว็บ ปริมาณเยอะๆอ่ะครับ

ผมใช้ Web Host For SEO มาเกือบปีแล้วหล่ะมั้ง ปรากฏว่า มี Down บ่อยอยู่เหมือนกันน่ะครับ 2-3 ครั้งเห็นจะได้ แต่โชคดีที่ customer service ของที่นี่ ทำงานในระดับเดียวกับ Pair เลยครับ ตอบกลับปัญหา ต่างๆ เร็วมากๆ ทำให้รู้สึกเบาใจเวลา Host มีปัญหา

ข้อดีอีกอย่างของ Web Host For SEO ก็คือ ใช้ตัวควบคุมมาตราฐานแบบ Cpanel ครับ มี Fantastico พ่วงมาด้วย ซึ่งทำให้การ install พวก CMS หรือ Blog ต่างๆ ทำได้ง่ายเหมือนปอกกล้วย

อีกอย่างก็คือ อีตา Todd ( เจ้าของบริษัท Web Host For SEO ) เป็น คนในวงการ SEO อ่ะครับ ดังนั้นเค้าจะรู้ความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี script ต่างๆ ส่วนใหญ่ให้ท้องตลาด ตา Todd รู้จักเกือบหมด เราจึงสามารถที่จะ install scrip ส่วนใหญ่ ลงใน host ได้เลย เพราะ ตา Todd คนนี้ set config ไว้ให้หมดแล้ว

ราคาก็ O.K. น่ะครับ เริ่มต้นที่ $79 ต่อเดือน ได้ 10 Unique Class C IP แต่สามารถที่จะ add domain ลงไปเท่าไหร่ก็ได้ ตราบเท่าที่ server ยังไม่เต็ม โดยไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มครับ

ถ้าเพื่อนสนใจ Host ของที่นี่ ลง comment เอาไว้ด้านล่างน่ะครับ ว่าสนใจจะใช้ ……. ถ้าพวกเรามีหลายๆคน ผมจะลองติดต่อ อีตา Todd ดู ว่าเค้าสามารถจะให้ส่วนลดพิเศษกับพวกเราได้หรือเปล่า …..

ผมเป็นลูกค้ารายใหญ่ของเค้าอ่ะครับ เคยคุยกันมาแล้วหลายครั้ง คิดว่าเค้าน่าจะ O.K. น่ะครับ



3) Got Web Host

ที่นี่ผมเองยังไม่เคยใช้เลยน่ะครับ เลยไม่สามารถให้ความเห็นอะไรได้มาก แต่เพื่อนผมที่เป็นฝรั่ง เค้าใช้แล้ว เค้าก็บอกว่า O.K. น่ะครับ ไม่ค่อยมีปัญหาอ่ะไร แต่ว่าราคาก็สูงอยู่เหมือนกัน

ข้อมูลอีกอย่างที่ผมรู้ก็คือ เจ้าของบริษัท เป็นคนในธุรกิจ Porn Websites อ่ะครับ ( เว็บไซต์ สำหรับ ผู้ใหญ่ ) ทำให้ผมเสียวๆ ไม่ค่อยกล้าใช้ host ของที่นี่ เพราะไม่รู้ว่า จะมีปัญหา เรื่อง IP รึเปล่า …..

หมดแล้วครับ host สามที่ ที่อยากจะแนะนำ ……..

ถ้าเพื่อนๆ มี host ที่อื่น ที่น่าสนใจ ที่สามารถให้ unique class C IP ได้หลายๆอัน แน่ะนำผมบ้างน่ะครับ



ปล. ผมเห็นเพื่อนๆหลายคน ทำบริษัท host ของตัวเอง ถ้าเพื่อนๆสามารถที่จะทำ host ที่สามารถให้ Unique Class C IP ได้หลายๆ อัน ติดต่อผมได้น่ะครับ ผมมีเพื่อนที่เป็นฝรั่งที่สนใจจะใช้บริการอยู่เพียบเลย เข้าแถวรอยาวเหยียด

เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับ SEO

หลังจากว่างเว้นจากการเขียนบทความมาหลายวัน ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ เขียนบทความใหม่เสียที ……..

วันนี้ผมจะพูดถึง เรื่องที่เราต้องรู้ เกี่ยวกับการทำ SEO อ่ะครับ เพื่อให้ไม่เป็นการชักช้า เรามาเริ่มที่ข้อแรกกันเลยดีกว่าครับ

1) ” Meta Tags ไม่ใช่คำตอบในการทำ SEO “

ใช่ครับ ผมเขียนไม่ผิดหรอกครับ ” Meta Tags ” เช่น Meta Keyword , Meta Description ที่คู่มือ SEO เกือบทุกเล่มจะต้องเขียนถึง แล้วบอกให้เพื่อนๆใส่กันหน่ะ ….. มันไม่ใช่คำตอบในการทำ SEO น่ะครับ !!

แหม …. ถ้าแค่ใส่เข้าไป แล้วทำให้เว็บติดอันดับกันได้ง่ายๆ รวยกันตายเลย !

จากข้อมูลของผม เจ้าพ่อ Search Engine ทั้งสามเจ้าใหญ่ Google, Yahoo, MSN ให้น้ำหนักในการจัดเรียงเว็บไซต์ โดยใช้ Meta Tags น้อยลงทุกที ทุกที น่ะครับ

Meta Keyword เนี่ย ….. Google ไม่อ่านเลยด้วยซ้ำ !!!

2) ” ข้อมูลใน forum หรือ เว็บบอร์ด ไม่ใช่ข้อมูลที่เชื่อถือได้ “

นี่ก็อีกข้อครับ …… ผมเชื่อว่าเพื่อนๆส่วนหนึ่ง ชอบที่จะเข้าไปอ่านใน forum หรือ เว็บบอร์ดของพวกฝรั่ง ดูดเอาความรู้ของพวกเค้ามา โดยคิดว่าที่เค้าๆพูดๆกันหน่ะเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง

เกินกว่า 50% อีกน่ะครับ ….. ที่เป็นข้อมูลที่ผิด !!

รับข้อมูลอะไรมา จงอย่าได้เชื่อเลยในทันทีน่ะครับ ……. ให้ลองนำมาทดลอง ทดสอบดูก่อน แล้วค่อยเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น ……..

สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น ว่างั้นเถอะ !

3) ” แก้ link ในเว็บของตัวเอง ก็สามารถเพิ่มค่า PR ภายในเว็บได้ !! “

ใช่ครับ ไม่ต้องไปง้อใคร เพื่อนๆก็สามารถเพิ่มค่า PR ภายในเว็บตัวเองได้ เพียงแค่แก้ link ในเว็บของเพื่อนๆเอง โดยเปลี่ยนจาก relative link เป็น absolute link

ที่นี่เพื่อนๆมือใหม่คงจะงง อะไรคือ relative link และ อะไรคือ absolute link

ลองเปิด code ของเว็บเพื่อนๆขึ้นมาดูครับ เวลาเว็บเพื่อนๆ link เชื่อมไปที่หน้าต่างๆ ภายในเว็บตัวเอง เพื่อนๆใช้ code แบบไหน เช่น



แบบที่ (1) คือ absolute link ครับ เป็น link แบบที่ถูกต้อง และ ขอแนะนำให้ทุกคนใช้

แบบที่ (2) คือ relative link นั่นเอง …… ถ้าใช้แบบนี้อยู่ รีบเปลี่ยนโดยด่วน !!

4) ” เว็บควรจะ มี code ที่เขียนขึ้นตามมาตราฐานของ W3C “

เป็นที่ยืนยันแล้วน่ะครับ เว็บที่เขียนขึ้นโดยมี code ผ่านตามมาตราฐานของ W3C จะสามารถ rank ได้ดีใน Google

เพื่อนๆสามารถเช็คเว็บของตัวเองว่ามี code ผ่านตามมาตราฐานของ W3C หรือเปล่า ได้ที่นี่น่ะครับ

http://validator.w3.org/

ถ้าไม่ผ่าน ก็พยายามแก้กันเอาเองแล้วกันน่ะครับ อันนี้ตัวใครตัวมัน

( หุ หุ หุ แดงเถือกเลยหน่ะซิ )

วันนี้เอาไปก่อน 4 ข้อน่ะครับ …… ผมง่วงนอนซ่ะแล้ว

ถ้าเพื่อนๆมีปัญหาอะไรอยากถาม โพสท์ถามตรง comment ได้เลยน่ะครับ ผมเข้ามาเช็คทุกวันอยู่แล้ว อะไรที่พอจะตอบได้ ยินดีให้คำตอบครับ…….

ราตรีสวัสดิ์ครับ …..